หลักการทำงานของเครื่องอัดอากาศ
โครงสร้างประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ ดังนี้
1. ปั๊มอัดอากาศ(Air Compressor) มีหน้าที่สูบอัดอากาศจากภายนอกส่งไปยังถังบรรจุอากาศภายในตัวปั๊มจะประกอบด้วยชุดสกรูและภายนอกเสี้อสูบจะมีครีบระบายความร้อน ซึ่งเกิดจากการเสียดสีของชุดสกรูรวมทั้งความร้อนที่เกิดจากอากาศที่ถูกอัดด้วย
2. หม้อกรองกากาศ(Air Filer) ภายในจะมีไส้กรองซึ่งมีหน้าที่ในการป้องกันเศษผงและฝุ่นละอองไมให้เข้าไปในปั๊มอัดอากาศ
3. ช่องเติมน้ำมันหล่อลื่น
4. ท่อระบายความร้อน (After cooler) ภายนอกจะมีครีบรอบ ๆซึ่งช่วยในการระบายความร้อนของอากาศที่ส่งมาจากตัวปั้ม ไปยังถังบรรจุอากาศให้มีอุณหภูมิต่ำลง
5. มาตรวัดระดับน้ำมันหล่อลื่น (Oil Gauge) สำหรับแสดงปริมาณน้ำมันหล่อลื่นที่มีอยู่ในปั๊มอากาศ
6. ถังบรรจุอากาศ (Accumulating Tank) ทำด้วยเหล็กที่มีความแข็งแรงทนต่อความดันสูง มีหน้าที่ในการเก็บอากาศที่ถูกอัดตัวให้มีความดันตามต้องการ
7. ช่องระบายน้ำมันหล่อลื่นทิ้ง
8. ช่องสำหรับทำความสะอาด(Service Value) ใช้สำหรับเปิดทำความสะอาดส่วนภายในของตัวถังบรรจุอากาศ
9. ตัวกรองน้ำ จะติดตั้งในตำแหน่งท่อลม มีหน้าที่ในการดักน้ำที่ปนอยู่กับอากาศภายในถังบรรจุอากาศก่อนนำออกไปใช้งาน และสามารถระบายทิ้งภายนอกได้เช่นกัน
10. ขาตั้งใช้ยึดติดกับพื้นเพื่อป้องกันการสั่นสะเทือน
11. วาล์วปิดเปิดลม (Tank Value) มีหน้าที่ปิดเปิดอากาศที่จะนำไปใช้งานและหยุดการใช้งานตามความต้องการ
12. วาล์วระบายน้ำทิ้ง (Tank Drain Value) ติดตั้งไว้ในตำแหน่งด้านข้างหรือด้านล่างของถังบรรจุอากาศ สำหรับเป็นที่ระบายน้ำที่ถูกควบแน่นออกทิ้งภายนอก
13. วาล์วนิรภัย (Safety Value) มีหน้าที่ป้องกันความเสียหายของถังบรรจุอากาศอันอาจเกิดจากความดันภายในถังบรรจุอากาศสูงมากเกินพิกัดความสามารถของถังบรรจุอากาศ
14. มาตรวัดความดันอากาศ(Pressure Gauge) มีหน้าที่แสดงค่าความดันของอากาศภายในถังบรรจุอากาศ
15. สวิทช์ควบคุมความดัน (Pressure Switch) มีหน้าที่ในการตัดและต่อวงจรไฟฟ้าให้มอเตอร์ทำงานและหยุดทำงานโดยอัตโนมัติ โดยอาศัยความดันของอากาศในถังบรรจุอากาศ สวิทช์ความดันนี้
สามารถปรับตั้ง และเปลี่ยนแปลงการบังคับการทำงานได้ตามระดับความดันที่ต้องการ
16. Magnetic and Overload Relay มีหน้าที่ตัดต่อวงจรไฟฟ้าให้มอเตอร์ทำงานและหยุดทำงาน และช่วยป้องกันมอเตอร์ชำรุดเสียหายเนื่องจากทำงานเกินกำลังหรือลัดวงจร
17. มอเตอร์ไฟฟ้า(Electric Motor) มีหน้าที่ในการขับเคลื่อนปั๊มอัดอากาศให้ทำงานมอเตอร์ไฟฟ้าจะมีพัดลมระบายความร้อยอยู่ภายในตัวมอเตอร์
18. สายพาน มีหน้าที่ส่งแรงการขับเคลื่อนจากมอเตอร์ไฟฟ้าไปยังปั๊มอัดอากาศให้ทำงานสัมพันธ์กัน
หลักการทำงาน
การทำงานของเครื่องอัดอากาศคือ เมื่อเปิดสวิทช์การทำงานของเครื่อง ถ้าอากาศนังมีความดันต่ำกว่าที่กำหนด Pressure Switch ก็จะต่อวงจรไฟฟ้าผ่านไปยังมอเตอร์ ทำให้มอเตอร์หมุนและไปขับให้ปั๊มอัดอากาศทำงานตามไปด้วย และเมื่ออากาศภายในถังบรรุอากาศมีความดันสูงตามพิกัดที่กำหนด Presssure Switch ก็จะตัดวงจรไฟฟ้าทำให้มอเตอร์หยุดทำงานและปั๊มอัดอากาศก็จะหยดทำงานด้วย แต่เมื่ออากาศภายในถังบรรจุอากาศถูกนำไปใช้งาน และความดันในถังบรรจุอากาศต่ำลงจนถึงตำแหน่งที่กำหนดไว้
Pressure Switch จะต่อวงจรให้มอเตอร์และปั๊มอากาศทำงานต่อไป การทำงานของปั๊มอัดอากาศจะทำงานสลับกันไปเช่นนี้ตลอดเวลาโดยอัตโนมัติ ดังนั้นถ้าต้องการให้เครื่องอัดอากาศหยุดทำงานจะต้องปิดสวิทช์ควบคุมการทำงาน
การบำรุงรักษา
1. ทุก ๆ วัน
- ตรวจเช็คระดับน้ำมันหล่อสื่น ต้องอยู่ในระดับที่ผู้ผลิตกำหนด
- ปล่อยน้ำทิ้งออกจากถังบรรจุอากาศ
- เมื่อหยุดใช้งานประจำวันต้องปิดวาล์วจ่ายลม และปิด Main Switch
2. ทุก ๆ สัปดาห์
- ทำความสะอาดมอเตอร์ใบพัด ครีบระบายความร้อนที่ท่อทางเดินของอากาศจากปั๊มอัดอากาศสู่ถังบรรจุอากาศและเสี้อสูบ
- ถอดและทำความสะอาด
- ตรวจสอบความตึงของสายพาน โดยการดกสายพานจะต้องต่ำลงกว่าระดับเดิมประมาณ 3/8 นิ้ว
3. ทุก ๆ 90 วัน หรือ 500 ชั่วโมงการทำงาน
- ตรวจสอบรอยรั่วตามจุดข้อต่อต่าง ๆ และตามรอยประเก็น
- ตรวจสอบการทำงานของวาล์วนิรภัย(Safety Value) โดยการดึงห่วงของวาล์วนิรภัยอากาศที่บรรจุภายใจถังจะต้องระบายออกได้
- ตรวจสอบและขันน็อตตามจุดต่าง ๆให้แน่น
Copyright © ASCON Compressor Co., Ltd.